วันนี้ flat mate จะกลับบ้านครับ
จริง ๆ เป็น flatmate ใหม่เพิ่งมาเมื่อเสาร์ก่อน เพราะว่าเขาอยู่บ้านของ landlord อีกหลังนึง แต่ว่า landlord จะ refurbish บ้านหลังนั้นเลยเอามาไว้บ้านหลังนี้ ก็ไม่ค่อยได้คุยกันมาก นิด ๆ หน่อย ๆ
เขาเป็นผู้ชายชาวกรีก ครับ นิสัยดีมาก ชวนคุย บางทีไปซื้อข้าวก็ถามเอาอะไรรึเปล่า ก็คุยกันบ้างเป้นกระสัยไม่ได้ทำอะไรให้มาก
เขาไปเล่นบาส แล้วกลับมาก็ถามว่าเราขอบเล่นบาสเป่า เราก็บอกว่าชอบ เขาบอกเด๋ววันหลังไปเล่นจะบอก ตั้งแต่วันนั้นฝนตกทุกวันประกอบกับช่วงนี้กลับเย็น เพราะว่านั่งรอผลการทดลอง
คุยกันว่าวันนี้เขาจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านซักเดือน กลับมาก็คงไม่ได้เจอกันแล้ว เขาบอกจะออกไปหกโมงเย็น วันนี้เลยรีบกลับมากออกจากมหาลัยตอนห้าโมงครึ่ง ถึงบ้านห้าโมงห้าสิบ พบว่า เขาไปแล้ว ก็... เสียอารมณ์นิดหน่อย
เข้าบ้านมาเขาเขียนโน๊ตทิ้งไว้ดีมาก ประมาณว่าเราเป็น one of the best flat mate I had this year ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำไรให้เนียะนะ หรือว่าคนกรีกนิสัยดีอย่างนี้อยู่แล้ว
แล้วเขาก็ทิ้ง wrist band สีฟ้าไว้ให้ดูต่างหน้า แล้วก็บอกว่าทิ้งไว้ให้เพราะว่าเห็นเราบอกชอบบาส
ให้เบอร์ที่กรีซไว้พร้อมเผื่อว่าจะไปเที่ยว
ทำไมเขาเป็นคนดีอย่างนี้อ่ะ T-T
ชีวิตก้แค่นี้มีคนผ่านมาก็ผ่านไป เจอคนดีก็ต้องจดจำไว้ ...
จะถ่ายรูปกะมันยังไม่ได้ถ่ายเลยเนีย้ะ
Thursday, July 10, 2008
Monday, July 07, 2008
You are not talkative as last year
วันนี้เพื่อนทักครับ ว่าทำไมปีนี้เราไม่ค่อย talkative เหมือนปีที่แล้ว
นั่นสิ ปีนี้สภาพหลายอย่างมันเปลี่ยน
ตั้งใจทำงานมากเกินไป ? ไม่ค่อยได้ไปสังคมกะใครเท่าไหร่ (ไม่ได้ไปเล่นวอลเลย์แล้วนั่งดวดเบียร์กะชาวบ้านมาสองเดือน ปีที่แล้วไปกะเขาทุกอาทิตย์) กลายเป็นปีศาจ PhD student วัน ๆ นั่งทำวิจัย กลับบ้านดูทีวี
ถ้ากลับเมืองไทยแล้วพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นี่ จะถือว่าแย่ไหมเนีย้ะ ?
นั่นสิ ปีนี้ทำไมไม่ค่อยได้มีโอกาสพูด อย่างนี้จะพูดได้ไงเนีย้ะ ?
วันนี้อ่านความเห็นพันทิป (ความเห็นที่ 2) มาเขาว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องการเขียน เรียกกันว่า "ตรรกะพิการ" โกหกโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่สามารถอธิบายความเห็นที่ถูกต้องได้ มีความรู้สึกเหมือนกันว่าเราก็เป็น พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเขียนก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ไปอ่านหนังสือราชการชาวบ้านก็รู้สึกมึน ๆ เขียนเองเข้าใจเอง คนอื่นไม่ต้องสนใจก็ได้
แย่แล้วภาษาไทย
สุดท้ายวันนี้ดูรายการเด็ดประจำชาติ Bigbrother ที่ปีนี้ไม่ได้มาเขียนบล็อกแนะนำทุกวันเช่นปีที่แล้ว (เห็นไหมภาษาไทยสับสน เขียนอย่างนี้เข้าใจว่าปีที่แล้วเขียนแนะนำไหมอ่ะ ?) ปีนี้มีคนไทยด้วย แต่ว่าติดใจที่ตอนท้าย ๆ ของ Hilight เขาบอกว่า (พูดภาษาอังกฤษนะ ไม่ไช่ภาษาไทย) เขาบอกว่าเขารู้สึกแปลก ๆ เพราะวันนี้ ไปดูรูปถ่ายของตัวเองเมื่อก่อนรู้สึกว่ายิ้มอย่างมีความสุข ตอนนี้ (ที่อยู่ในบ้าน BB) ก็มีความสุขนะ แต่มันไม่ใช้ยิ้มอย่างมีความสุขอย่างในรูป
บางครั้งถ้าเรามีอดีตให้จดจำ นำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบันมันก็อาจบั่นทอนปัจจุบันของเราได้นะเนี้ยะ
นั่นสิ ปีนี้สภาพหลายอย่างมันเปลี่ยน
ตั้งใจทำงานมากเกินไป ? ไม่ค่อยได้ไปสังคมกะใครเท่าไหร่ (ไม่ได้ไปเล่นวอลเลย์แล้วนั่งดวดเบียร์กะชาวบ้านมาสองเดือน ปีที่แล้วไปกะเขาทุกอาทิตย์) กลายเป็นปีศาจ PhD student วัน ๆ นั่งทำวิจัย กลับบ้านดูทีวี
ถ้ากลับเมืองไทยแล้วพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นี่ จะถือว่าแย่ไหมเนีย้ะ ?
นั่นสิ ปีนี้ทำไมไม่ค่อยได้มีโอกาสพูด อย่างนี้จะพูดได้ไงเนีย้ะ ?
วันนี้อ่านความเห็นพันทิป (ความเห็นที่ 2) มาเขาว่าคนไทยมีปัญหาเรื่องการเขียน เรียกกันว่า "ตรรกะพิการ" โกหกโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่สามารถอธิบายความเห็นที่ถูกต้องได้ มีความรู้สึกเหมือนกันว่าเราก็เป็น พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเขียนก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ไปอ่านหนังสือราชการชาวบ้านก็รู้สึกมึน ๆ เขียนเองเข้าใจเอง คนอื่นไม่ต้องสนใจก็ได้
แย่แล้วภาษาไทย
สุดท้ายวันนี้ดูรายการเด็ดประจำชาติ Bigbrother ที่ปีนี้ไม่ได้มาเขียนบล็อกแนะนำทุกวันเช่นปีที่แล้ว (เห็นไหมภาษาไทยสับสน เขียนอย่างนี้เข้าใจว่าปีที่แล้วเขียนแนะนำไหมอ่ะ ?) ปีนี้มีคนไทยด้วย แต่ว่าติดใจที่ตอนท้าย ๆ ของ Hilight เขาบอกว่า (พูดภาษาอังกฤษนะ ไม่ไช่ภาษาไทย) เขาบอกว่าเขารู้สึกแปลก ๆ เพราะวันนี้ ไปดูรูปถ่ายของตัวเองเมื่อก่อนรู้สึกว่ายิ้มอย่างมีความสุข ตอนนี้ (ที่อยู่ในบ้าน BB) ก็มีความสุขนะ แต่มันไม่ใช้ยิ้มอย่างมีความสุขอย่างในรูป
บางครั้งถ้าเรามีอดีตให้จดจำ นำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบันมันก็อาจบั่นทอนปัจจุบันของเราได้นะเนี้ยะ
Wednesday, June 25, 2008
เขาเรียกว่ามีสไตล์
โพสต์ entry ล่าสุดไว้เป็นเดือนเพิ่งไปอ่านเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีคนมาโพส ด้วย ดีใจ ๆ
มีคนแสดงตัวว่าอ่านด้วย :)
แต่เดือนที่ผ่านมาไม่รู้จะมีอะไรเขียน เพราะ่วาหนักไปทางปั่นงานไม่มีเรื่องเฮฮา ครั้นจะมาเขียนเรื่องไม่เฮฮา ก็รู้สึกว่าเขียนไปก็นั่งเศร้าไป
ชีวิตมีไรบ้าง ?
ตื่นเช้าไปมหาลัย นั่งทำงาน
ตอนเที่ยงไปซื้ออาหาร take out กะเพื่อนในแลป เป็นช่วงเดียวที่ได้ social แบบ social จริง ๆ
กลับมากินข้าวอ่านข่าวกีฬาและการเมือง
แล้วก็นั่งเบื่อการเมืองถึงบ่ายสาม
บ่ายสามเริ่มทำงานต่อ
หกโมงกลับบ้านไปทำกับข้าวรอดูบอลยูโร ถ้าเป็นรอบแรกก็กลับตั้งแต่สี่โมงครึ่ง
เพื่อนบอกว่าถ้าอังกฤษเข้ารอบไปรอดูที่จตุรัสกลางเมือง (เขาเรียกว่า squre อ่ะ ไม่รู้จะแปลยังไงละ)
คนแสนแปดไปดูบอลที่ จอใหญ่กลางเมือง
ดวงแตก อดดูซ่ะงั้น
แต่เรื่องของเรื่องที่มาโพสไม่ใช่อไรหรอก
มีสไตล์ นี่เป็นเรื่องของโฆษณา ถ้าไม่นับว่าเพลงโดนแเนื้อหางั้น ๆ แล้วมันก็มีอะไรที่ว่าดูเหนือพอสมควร (ไม่นับละครที่รู้สึกว่าเหนือชั้นกว่าละครไทย แต่ว่าไม่ได้ดูละครไทยมานานมากแล้วเว้นแต่เป็นต่อ :P)
เป็นเรื่องทางสังคมครับ
เมืองไทยโฆษณาเกี่ยวกับการดื่มที่ดังที่สุดก็คงเป็น จน เครียด กินเหล้า...
จุดมุ่งหมายในแต่ละชุดก็คือ ให้คนไทยงดเว้นการกินเหล้าจะได้รวยขึ้น ไม่น่าเกลียด
แต่ทำแล้วออกฮา ๆ แถมกลายเป็นมุขให้คนกินเหล้ากันมากกว่า
ที่นี่ก็พอมีชื่อชุดคือ Drink Responsible, Know your limit แปลไทยเป็นอังกฤษก็คือ จะกินก็รับผิดชอบหน่อย รู้จักบันยะ บันยังบ้าง ชุดแรก ๆ ก็ดูก็งั้น ๆ แต่ชุดล่าสุดเนีย้ะ รู้สึกมันโดน ตลกนิด ๆ
เชิญทัศนา
มีสองอันนะ
ลองดูว่าเป็นไง
เราไม่ได้ห้าม แต่สร้างสติ ก่อนทำอะไร สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด
ดูแล้ว มีสไตล์ไหมอ่ ะ??
ป.ล. ตอบคำถามเก่าที่ไม่รู้ว่าคนถามจะกลับมาอ่านรึเปล่า
เรียนมาด้วยทุนของที่ทำงานครับ โชคดีมาก ๆ เพราะมีทุนตอนที่ทำงานไม่มีคนเลยประหนึ่งได้เลยไม่ต้องไปแย่งใคร
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้านับแต่ค่ากิน ไม่รวมค่าที่พัก ไม่รวมค่าเที่ยว + ทำอาหารกินเอง อาทิตย์ละ 100 ปอนด์ถือว่าหรูมาก ส่วนตัวทำกับข้าวกินเองไปซื้อของอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละไม่เกิน 40 ปอนด์ ข้าวเที่ยงออกไปซื้อกินกะเพื่อน (เด๋วไม่ได้คุยกะใครบ้าตายพอดี) ก็มื้อละ 4-5 ปอนด์ 5 วันต่อสัปดาห์.. ถ้ากินมื้อเย็นแบบเอาพลังก็มื้อละประมาณสิบปอนด์
ค่าที่อยู่ก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่งว่าจะไปอยู่ได้แบบไหน รายละเอียดก็เยอะ เพราะว่าอยู่เมืองใหญ่ก็แพงหน่อย เมืองเล็กก็ถูก แล้วต้องแชร์ห้องอะไรกะใครยังไง
ถ้าจะเรียนอังกฤษลองไปสอบ ielt ยังคับ ง่ายกว่า toefl นะ เข้าใจว่า
หมดรอบนี้จะหายไปอีกนานไหมเนีย้ะ แล้วแต่ว่ามีคนมาอ่านเท่าไหร่ละกัน อิ อิ (เรียกคะแนนซ่ะงั้น)
มีคนแสดงตัวว่าอ่านด้วย :)
แต่เดือนที่ผ่านมาไม่รู้จะมีอะไรเขียน เพราะ่วาหนักไปทางปั่นงานไม่มีเรื่องเฮฮา ครั้นจะมาเขียนเรื่องไม่เฮฮา ก็รู้สึกว่าเขียนไปก็นั่งเศร้าไป
ชีวิตมีไรบ้าง ?
ตื่นเช้าไปมหาลัย นั่งทำงาน
ตอนเที่ยงไปซื้ออาหาร take out กะเพื่อนในแลป เป็นช่วงเดียวที่ได้ social แบบ social จริง ๆ
กลับมากินข้าวอ่านข่าวกีฬาและการเมือง
แล้วก็นั่งเบื่อการเมืองถึงบ่ายสาม
บ่ายสามเริ่มทำงานต่อ
หกโมงกลับบ้านไปทำกับข้าวรอดูบอลยูโร ถ้าเป็นรอบแรกก็กลับตั้งแต่สี่โมงครึ่ง
เพื่อนบอกว่าถ้าอังกฤษเข้ารอบไปรอดูที่จตุรัสกลางเมือง (เขาเรียกว่า squre อ่ะ ไม่รู้จะแปลยังไงละ)
คนแสนแปดไปดูบอลที่ จอใหญ่กลางเมือง
ดวงแตก อดดูซ่ะงั้น
แต่เรื่องของเรื่องที่มาโพสไม่ใช่อไรหรอก
มีสไตล์ นี่เป็นเรื่องของโฆษณา ถ้าไม่นับว่าเพลงโดนแเนื้อหางั้น ๆ แล้วมันก็มีอะไรที่ว่าดูเหนือพอสมควร (ไม่นับละครที่รู้สึกว่าเหนือชั้นกว่าละครไทย แต่ว่าไม่ได้ดูละครไทยมานานมากแล้วเว้นแต่เป็นต่อ :P)
เป็นเรื่องทางสังคมครับ
เมืองไทยโฆษณาเกี่ยวกับการดื่มที่ดังที่สุดก็คงเป็น จน เครียด กินเหล้า...
จุดมุ่งหมายในแต่ละชุดก็คือ ให้คนไทยงดเว้นการกินเหล้าจะได้รวยขึ้น ไม่น่าเกลียด
แต่ทำแล้วออกฮา ๆ แถมกลายเป็นมุขให้คนกินเหล้ากันมากกว่า
ที่นี่ก็พอมีชื่อชุดคือ Drink Responsible, Know your limit แปลไทยเป็นอังกฤษก็คือ จะกินก็รับผิดชอบหน่อย รู้จักบันยะ บันยังบ้าง ชุดแรก ๆ ก็ดูก็งั้น ๆ แต่ชุดล่าสุดเนีย้ะ รู้สึกมันโดน ตลกนิด ๆ
เชิญทัศนา
มีสองอันนะ
ลองดูว่าเป็นไง
เราไม่ได้ห้าม แต่สร้างสติ ก่อนทำอะไร สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด
ดูแล้ว มีสไตล์ไหมอ่ ะ??
ป.ล. ตอบคำถามเก่าที่ไม่รู้ว่าคนถามจะกลับมาอ่านรึเปล่า
เรียนมาด้วยทุนของที่ทำงานครับ โชคดีมาก ๆ เพราะมีทุนตอนที่ทำงานไม่มีคนเลยประหนึ่งได้เลยไม่ต้องไปแย่งใคร
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้านับแต่ค่ากิน ไม่รวมค่าที่พัก ไม่รวมค่าเที่ยว + ทำอาหารกินเอง อาทิตย์ละ 100 ปอนด์ถือว่าหรูมาก ส่วนตัวทำกับข้าวกินเองไปซื้อของอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละไม่เกิน 40 ปอนด์ ข้าวเที่ยงออกไปซื้อกินกะเพื่อน (เด๋วไม่ได้คุยกะใครบ้าตายพอดี) ก็มื้อละ 4-5 ปอนด์ 5 วันต่อสัปดาห์.. ถ้ากินมื้อเย็นแบบเอาพลังก็มื้อละประมาณสิบปอนด์
ค่าที่อยู่ก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่งว่าจะไปอยู่ได้แบบไหน รายละเอียดก็เยอะ เพราะว่าอยู่เมืองใหญ่ก็แพงหน่อย เมืองเล็กก็ถูก แล้วต้องแชร์ห้องอะไรกะใครยังไง
ถ้าจะเรียนอังกฤษลองไปสอบ ielt ยังคับ ง่ายกว่า toefl นะ เข้าใจว่า
หมดรอบนี้จะหายไปอีกนานไหมเนีย้ะ แล้วแต่ว่ามีคนมาอ่านเท่าไหร่ละกัน อิ อิ (เรียกคะแนนซ่ะงั้น)
Thursday, May 15, 2008
อยากตะโกน
วันนี้รู้สึกผิด
ไปคุยกะน้องคนนึงทางเอ็ม แล้วรุ้สึกว่าตัวเองพูดอะไรบางอย่างมากเกินไป
กลายเป็นตาแก่ขี้บ่น พูดนั่นพูดนี่
แล้วก็มารุ้สึกผิดทีหลังว่าพูดไปทำไม
(ไม่ได้พูด พิมพ์)
จริง ๆ อยู่ ๆ นี่พูด (ออกเสียง) น้อยมาก
ผิดธรรมชาติพอสมควร
หนักไปทางพิมพ์มากกว่า
รู้สึกเครียดไม่ได้ออกแรง
เพราะว่าวอลเลยก็หมดเทอมแล้วไม่มีการเล่น
จะไปกินเหล้าแดนซ์ก็ไม่หนุก
เพราะมันไม่เหมือนกัน
ไปก็ไม่สนุก ขาดเพื่อนคุยเรื่องสัพเพเหระ
วันนี้กลับบ้านได้ตะโกนร้องเพลง
อาจจะดีขึ้น
พยายามเข้าต่อไปละกัน
ทาเคชิ
บางทีได้ตะโกนมากขึ้นน่าจะดี
(อาบีไม่อยู๋บ้าน ทำไรก็ทำสบายใจ :P
ไปคุยกะน้องคนนึงทางเอ็ม แล้วรุ้สึกว่าตัวเองพูดอะไรบางอย่างมากเกินไป
กลายเป็นตาแก่ขี้บ่น พูดนั่นพูดนี่
แล้วก็มารุ้สึกผิดทีหลังว่าพูดไปทำไม
(ไม่ได้พูด พิมพ์)
จริง ๆ อยู่ ๆ นี่พูด (ออกเสียง) น้อยมาก
ผิดธรรมชาติพอสมควร
หนักไปทางพิมพ์มากกว่า
รู้สึกเครียดไม่ได้ออกแรง
เพราะว่าวอลเลยก็หมดเทอมแล้วไม่มีการเล่น
จะไปกินเหล้าแดนซ์ก็ไม่หนุก
เพราะมันไม่เหมือนกัน
ไปก็ไม่สนุก ขาดเพื่อนคุยเรื่องสัพเพเหระ
วันนี้กลับบ้านได้ตะโกนร้องเพลง
อาจจะดีขึ้น
พยายามเข้าต่อไปละกัน
ทาเคชิ
บางทีได้ตะโกนมากขึ้นน่าจะดี
(อาบีไม่อยู๋บ้าน ทำไรก็ทำสบายใจ :P
Wednesday, May 14, 2008
เฮ้อ
ไม่ได้เขียนมาพักใหญ่ ๆ จะว่าไม่ว่าง ก็ไม่ใช่ แต่ขี้เกียจมากกว่า
เขียนไปก็ไม่รู้มีใครจะอ่านรึเปล่า
จะเขียนเรื่องการเมืองก็แรงไป
ชีวิตวัน ๆ ก็ไม่มีอะไรขำ จะเขียนก็รู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจะเขียนทำไม
ปวดหัว วัน ๆ มันแต่สนใจกะเรื่องไม่ใช่เรื่อง
คิดมากกะเรื่องที่มาไม่ถึงและพลาดไปแล้ว
จะเขียนยังไงต่อไปเนีย้ะ
มันกลายเป็นบล็อกเรื่องเศร้าจริงๆ แล้วนะเนีย้ะ
อยากกลับบ้าน T-T
เขียนไปก็ไม่รู้มีใครจะอ่านรึเปล่า
จะเขียนเรื่องการเมืองก็แรงไป
ชีวิตวัน ๆ ก็ไม่มีอะไรขำ จะเขียนก็รู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจะเขียนทำไม
ปวดหัว วัน ๆ มันแต่สนใจกะเรื่องไม่ใช่เรื่อง
คิดมากกะเรื่องที่มาไม่ถึงและพลาดไปแล้ว
จะเขียนยังไงต่อไปเนีย้ะ
มันกลายเป็นบล็อกเรื่องเศร้าจริงๆ แล้วนะเนีย้ะ
อยากกลับบ้าน T-T
Subscribe to:
Posts (Atom)